Hope of Bangkok, individual, will CHANGE for Shining out.

09 มกราคม 2552

Fri 9/1/09... สภษ.9:1-18

1 ปัญญาได้สร้างเรือนของเธอแล้วเธอได้ตั้งเสาเจ็ดต้น..
2 ปัญญาได้ฆ่าสัตว์ของเธอได้ประสมเหล้าองุ่นของเธอได้จัดโต๊ะของเธอแล้วด้วย..
3 และได้ส่งสาวใช้ของเธอออกไปส่งเสียงเรียกจากที่สูงในเมือง..
4 ว่า"ผู้ใดที่เป็นคนเขลาให้เขาหันเข้ามาที่นี่"เธอพูดกับผู้ที่ไร้สามัญสำนึกว่า..
5 มาเถอะมารับประทานขนมปังของเราและดื่มเหล้าองุ่นที่เราได้ประสม..
6 จงทิ้งความเขลาเสียและดำรงชีวิตอยู่ดำเนินในทางของความรอบรู้นั้นเถิด"..
7 ผู้ที่ว่ากล่าวคนมักเยาะเย้ยจะได้รับการดูหมิ่นและผู้ที่ตักเตือนคนชั่วร้ายจะถูกกล่าวหยาบช้า..
8 อย่าตักเตือนคนมักเยาะเย้ยเพราะเขาจะเกลียดเจ้าจงตักเตือนปราชญ์และเขาจะรักเจ้า..
9 จงให้คำสั่งสอนแก่ปราชญ์และเขาจะฉลาดยิ่งขึ้นจงสอนคนชอบธรรมและเขาจะเพิ่มการเรียนรู้มากขึ้น..
10 ความยำเกรงพระเจ้าเป็นที่เริ่มต้นของปัญญาและซึ่งรู้จักองค์บริสุทธิ์เป็นความรอบรู้..
11 เนื่องจากเราวันคืนของเจ้าจะเพิ่มทวีคูณและปีเดือนแห่งชีวิตของเจ้าจะเพิ่มพูน..
12 ถ้าเจ้าฉลาดเจ้าก็ฉลาดเพื่อตนเองถ้าเจ้าเยาะเย้ยเจ้าก็จะทนแต่ลำพัง..
13 หญิงโง่นั้นเสียงเอ็ดอึงนางปล่อยตัวและไม่รู้จักอาย..
14 นางนั่งที่ประตูเรือนของนางและณที่สูงในเมือง..
15 พลางร้องเรียกบรรดาผู้ที่ผ่านไปผู้เดินตรงไปตามทางของเขา..
16 ว่า"ผู้ใดที่เป็นคนเขลาให้เขาหันเข้ามาที่นี่"นางพูดกับเขาผู้ไร้สามัญสำนึก..
17 ว่า"น้ำที่ขโมยมาหวานดีและขนมที่รับประทานในที่ลับก็อร่อย"..
18 แต่เขาไม่ทราบว่าคนตายอยู่ที่นั่นและแขกของนางก็อยู่ในห้วงลึกของแดนผู้ตาย..

7 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ09 มกราคม, 2552 09:29

    วันนี้รีบเข้ามาแบ่งปันก่อนออกไปทำงานข้างนอกนะจ๊ะ..

    8 อย่าตักเตือนคนมักเยาะเย้ยเพราะเขาจะเกลียดเจ้าจงตักเตือนปราชญ์และเขาจะรักเจ้า..
    9 จงให้คำสั่งสอนแก่ปราชญ์และเขาจะฉลาดยิ่งขึ้นจงสอนคนชอบธรรมและเขาจะเพิ่มการเรียนรู้มากขึ้น..

    คนฉลาดย่อมรู้จักและเห็นคุณค่าสิ่งดี และขวนขวายเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมาเป็นพรสำหรับตนและผู้อื่น..ขอเป็นคนฉลาดปราดเปรื่องในเรื่องการดำเนินชีวิตกับพระเจ้า ให้รู้ว่าอะไรเป็นสิ่งดีที่พระเจ้าประทานให้ ทั้งการอวยพร และคำตักเตือน และจะตอบสนองด้วยใจยำเกรง

    ตอบลบ
  2. ข้อ 1-4 ปัญญาได้ฆ่าสัตว์ของเธอ ได้ประสมเหล้าองุ่นของเธอ ได้จัดโต๊ะของเธอแล้วด้วย (พระคริสต์ คือ พระเมษโปดก)แกะตัวสุดท้าย

    และได้ส่งสาวใช้ของเธอออกไปส่งเสียงเรียกจากที่สูงในเมืองว่า"ผู้ใดที่เป็นคนเขลาให้เขาหันเข้ามาที่นี่"เธอพูดกับผู้ที่ไร้สามัญสำนึกว่า..มาเถอะมารับประทานขนมปังของเราและดื่มเหล้าองุ่นที่เราได้ประสม..

    หญิงโง่นั้นนางนั่งที่ประตูเรือนของนาง พลางร้องเรียกบรรดาผู้ที่ผ่านไป ผู้เดินตรงไปตามทางของเขา ว่า"ผู้ใดที่เป็นคนเขลาให้เขาหันเข้ามาที่นี่"นางพูดกับเขาผู้ไร้สามัญสำนึกว่า"น้ำที่ขโมยมาหวานดีและขนมที่รับประทานในที่ลับก็อร่อย"..

    ขอพระเจ้าช่วยให้เราแยกแยะได้ว่าเสียงไหน คือ เสียงที่มาจากพระองค์และ เสียงไหนที่มาจากมารซาตาน

    ตอบลบ
  3. ผู้ที่มีปัญญาก็ย่อมดีกว่ามีสิ่งใดทั้งปวง
    พระเจ้าทรงเป็นแหล่งของปัญญา คือความจริงแท้
    จงเข้ามาแสวงหาปัญญาจากพระเจ้า สะสมพระวจนะของพระองค์

    อย่าให้ความเขลามาล่อลวงให้เราหลงจากทางของพระองค์

    ตอบลบ
  4. ไม่ระบุชื่อ09 มกราคม, 2552 11:13

    ให้เราดำเนินชีวิตดั่งคนฉลาด เพราะคนที่ฉลาดย่อมเลือกทางของพระเจ้าและอยูในทางของพระเจ้า อย่าให้จิตใจของเราเย่อหยิ่งเพราะนั่นจะนำมาสิ่งความมรณา เพราะฉะนั้นให้เรานำพระวจนะของพระเจ้ามาใช้ในชีวิต พระเจ้าอยากให้เราศึกษาพระวจนะของพระเจ้าและนำมาเป็นซึ่งชีวิต

    - - อีกสักระยะจะตัดสินใจเรียน BSP จ้า - -

    นู๋ดิ๋ม

    ตอบลบ
  5. จาก 6 จงทิ้งความเขลาเสียและดำรงชีวิตอยู่ดำเนินในทางของความรอบรู้นั้นเถิด"..
    - พระวจนะของพระเจ้าให้เราเลือก เราเลือกได้ที่จะดำเนินชีวิตในความรอบรู้ ก็คือขวนขวายความรู้ ไม่เลอกที่จะอยู่เฉยๆ

    จาก 8-9 อย่าตักเตือนคนมักเยาะเย้ยเพราะเขาจะเกลียดเจ้าจงตักเตือนปราชญ์และเขาจะรักเจ้า จงให้คำสั่งสอนแก่ปราชญ์และเขาจะฉลาดยิ่งขึ้นจงสอนคนชอบธรรมและเขาจะเพิ่มการเรียนรู้มากขึ้น
    - ถ้าเราเป็นคนมีปัญญาก็จะรับฟังคำเตือนและถ่อมใจทำให้ฉลาดยิ่งขึ้น แต่คนที่ไม่ฟังก็ไม่ได้เป็นคนฉลาด

    ** อธ.ขอปัญญาจากพระเจ้ามากๆ ให้ฉลาดๆ ^^

    ตอบลบ
  6. ปัญญาเกิดจากการยำเกรงพระเจ้า
    ดังนั้นอยากมีปัญญามากก็ต้องยำเกรงพระเจ้ามากเช่นกัน

    ตอบลบ
  7. ไม่ระบุชื่อ10 มกราคม, 2552 01:23

    8 อย่าตักเตือนคนมักเยาะเย้ยเพราะเขาจะเกลียดเจ้าจงตักเตือนปราชญ์และเขาจะรักเจ้า..

    อืมมม จริงทีเดียว

    ตอบลบ