Hope of Bangkok, individual, will CHANGE for Shining out.

17 มีนาคม 2552

Tue 17/3/09... นหม.4:1-23

1 ต่อมาเมื่อสันบาลลัททราบว่าเรากำลังก่อสร้างกำแพงเขาโกรธและเดือดดาลมากและเขาเยาะเย้ยพวกยิว..
2 และเขาพูดต่อหน้าพี่น้องของเขาและต่อหน้ากองทัพของสะมาเรียว่า"พวกยิวที่อ่อนแอเหล่านี้ทำอะไรกันเขาจะซ่อมกันหรือเขาจะทำสัตวบูชาหรือเขาจะทำให้เสร็จในวันเดียวหรือเขาจะกู้เอาหินที่ถูกเผาจากกองขยะมาใช้อีกหรือ"..
3 โทบีอาห์คนอัมโมนอยู่ข้างๆท่านและเขาพูดว่า"เออสิ่งที่เขากำลังสร้างอยู่นั้นถ้าสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งวิ่งขึ้นไปมันจะพังกำแพงหินของเขาลงมา"..
4 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลายขอทรงฟังเพราะข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นที่ดูถูกดูหมิ่นขอทรงหันการเยาะเย้ยของเขาให้ตกบนศีรษะของเขาเองและขอทรงมอบเขาไว้ให้ถูกปล้นบนแผ่นดินที่เขาจะไปเป็นเชลยนั้น..
5 ขออย่าทรงปกปิดกรรมชั่วของเขาไว้และขออย่าลบล้างบาปของเขาทั้งหลายจากสายพระเนตรของพระองค์เพราะเขาทั้งหลายได้ยั่วเย้าให้ทรงกริ้วต่อหน้าบรรดาผู้ก่อสร้าง..
6 เราจึงสร้างกำแพงขึ้นและกำแพงทั้งสิ้นก็ต่อกันสูงครึ่งหนึ่งแล้วเพราะประชาชนมีน้ำใจที่จะทำงาน..
7 แต่เมื่อสันบาลลัทและโทบีอาห์กับชาวอาหรับและคนอัมโมนและชาวอัศโดดได้ยินว่าการซ่อมแซมกำแพงเยรูซาเล็มนั้นกำลังคืบหน้าต่อไปและกำลังปิดช่องโหว่ต่างๆเขาทั้งหลายก็โกรธมาก..
8 และเขาก็ปองร้ายกันจะมาสู้รบกับเยรูซาเล็มและก่อการโกลาหลขึ้นในนั้น..
9 แต่เราทั้งหลายได้อ้อนวอนต่อพระเจ้าของเราและวางยามป้องกันเขาทั้งหลายทั้งกลางวันและกลางคืน..
10 แต่ยูดาห์กล่าวว่า"เรี่ยวแรงของคนที่ขนของก็กำลังทรุดลงและมีสิ่งสลักหักพังมากเราไม่สามารถซ่อมกำแพงได้"..
11 และศัตรูของเรากล่าวว่า"เขาจะไม่รู้ไม่เห็นจนกว่าเราจะเข้ามาท่ามกลางเขาและฆ่าเขากับยับยั้งงานของเขา"..
12 เมื่อพวกยิวที่อยู่ใกล้เขาทั้งหลายมาก็ได้บอกเราตั้งสิบครั้งว่า"เขาจะลุกขึ้นมาต่อสู้เราจากที่อยู่ของเขาทุกแห่ง"..
13 ข้าพเจ้าจึงตั้งประชาชนไว้ในส่วนที่ต่ำที่สุดข้างหลังกำแพงในที่ช่องโหว่ตามตระกูลของเขาโดยมีดาบหอกและคันธนู..
14 ข้าพเจ้ามองดูแล้วลุกขึ้นพูดกับขุนนางและเจ้าหน้าที่ทั้งหลายกับคนนอกนั้นว่า"อย่ากลัวเขาเลยจงระลึกถึงพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งและน่าเกรงกลัวและต่อสู้เพื่อพี่น้องของท่านบุตรชายบุตรหญิงของท่านภรรยาและเรือนของท่าน"..
15 อยู่มาเมื่อศัตรูของเราได้ยินว่าเราทราบเรื่องแล้วและพระเจ้าได้ทรงทำลายแผนงานของเขาเราต่างก็มายังกำแพงที่งานของตนทุกคน..
16 ตั้งแต่วันนั้นมาผู้รับใช้ของข้าพเจ้าครึ่งหนึ่งทำการก่อสร้างอีกครึ่งหนึ่งถือหอกโล่คันธนูและเสื้อเกราะบรรดาประมุขทั้งหลายหนุนหลังพวกยูดาห์..
17 ผู้ที่ก่อสร้างกำแพงและบรรดาผู้ที่ขนของก็ยกของขึ้นทุกคนมือหนึ่งทำงานอีกมือหนึ่งถืออาวุธไว้..
18 ผู้ก่อสร้างทุกคนมีดาบคาดอยู่ที่สีข้างขณะที่เขาสร้างชายที่เป่าเขาสัตว์อยู่ข้างข้าพเจ้า..
19 ข้าพเจ้าพูดกับขุนนางและเจ้าหน้าที่ทั้งปวงกับคนนอกนั้นว่า"การงานก็ใหญ่โตและกระจายกันไปมากเพราะเราแยกกันอยู่บนกำแพงห่างจากกัน..
20 เมื่อท่านทั้งหลายได้ยินเสียงเป่าเขาสัตว์อยู่ตรงไหนจงวิ่งกรูกันไปที่พวกเราพระเจ้าของเราทั้งหลายจะทรงต่อสู้เพื่อพวกเรา"..
21 เราจึงทำงานกันพวกเราครึ่งหนึ่งถือหอกตั้งแต่เช้ามืดจนดาวขึ้น..
22 ครั้งนั้นข้าพเจ้าพูดกับประชาชนอีกว่า"ขอให้ผู้ชายทุกคนกับคนใช้ของเขาด้วยค้างคืนเสียภายในเยรูซาเล็มเพื่อเขาจะเป็นยามให้เราในกลางคืนและทำงานกลางวัน"..
23 ข้าพเจ้าพี่น้องของข้าพเจ้าหรือคนใช้ของข้าพเจ้าหรือคนยามผู้ติดตามข้าพเจ้าก็ดีไม่มีใครถอดเครื่องแต่งกายออกต่างก็ถืออาวุธไว้..

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ17 มีนาคม, 2552 12:39

    14 ข้าพเจ้ามองดูแล้วลุกขึ้นพูดกับขุนนางและเจ้าหน้าที่ทั้งหลายกับคนนอกนั้นว่า"อย่ากลัวเขาเลยจงระลึกถึงพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งและน่าเกรงกลัวและต่อสู้เพื่อพี่น้องของท่านบุตรชายบุตรหญิงของท่านภรรยาและเรือนของท่าน"..
    - มีความเชื่อมั่นในความยิ่งใหญ่ของ G เสมอ อย่าให้สิ่งอื่นมาใหญ่กว่า G ของเรา

    21 เราจึงทำงานกันพวกเราครึ่งหนึ่งถือหอกตั้งแต่เช้ามืดจนดาวขึ้น.
    - คนของ G สามารถทำอะไรได้มากกว่าคนที่ไม่เชื่อ G เพราะพระองค์จะให้กำลังแก่เรามากขึ้น และเราสามารถขอสติปัญญาจากพระองค์ในการจัดสรรและแก้ไขปัญหาได้อย่างดีเสมอ

    ** อดทน มุ่งมั่น ไม่ย่อท้อ

    ตอบลบ